สร้างความน่ารักสดใสบนพวงแก้มด้วยบรัชออน

หลังจากที่เราแต่งใบหน้าให้ดูเล็กและสวยคมแล้ว ขั้นตอนสุดท้ายก็คือ การเติมความมีชีวิตชีวาด้วยบรัชออน แก้มที่เปล่งปลั่งอย่างพอเหมาะแสดงถึงความงดงามและสุขภาพดี  รวมทั้งยังเป็นสัญลักษณ์ของความอ่อนเยาว์อีกด้วย  แค่ลองปัดบรัชออนดูครั้งเดียวก็สามารถคืนชีวิตชีวาให้ใบหน้าที่เหนื่อยล้าและหมองคล้ำได้ราวกับร่ายมนตร์ หากยังไม่ชินกับการใช้บรัชออนแล้วล่ะก็ ลองทำตามกฎสักสองสามข้อนี้ดูนะคะ

6.1

1.ยิ้มเข้าไว้เวลาปัดแก้ม

เลือกใช้บลัชออนสีที่ต้องการ แล้วลงมือปัดย่างเบามือโดยวนเป็นวงกลมกลางโซนแอปเปิ้ลที่นูนกลมเหมือนไข่ไก่เวลาที่เรายิ้มกว้าง

2.เบลนด์บรัชออนสองสีเข้าด้วยกัน

เช่น ใช้สีชมพูหรือสีพีชบริเวณที่ยื่นออกมามากที่สุดบนแก้มทั้งสองข้าง ถ้าทำกราเดชั่นสีชมพูโทนพาสเทลละมุนละไม โดยเริ่มจากบริเวณดังกล่าวออกมาโดยรอบ แล้วละก็ จะดูเป็นธรรมชาติและนุ่มนวลขึ้นมาก

3.การทาบรัชออนชนิดครีมให้ดูเป็นธรรมชาติ

เวลาที่เราแต่งหน้าให้ดูชุ่มชื่นหรือต้องการความรู้สึกแบบหน้าสด บรัชออนชนิดครีมจะเหมาะกว่า ส่วนเวลาที่อยากแต่งหน้าลุคไร้เดียงสา ให้เลือกแบบทินต์หรือแบบเจลที่ไม่ผสมมุก หากมีผิวหน้าแห้งหรือมีจุดด่างดำ ให้ทาครีมบรัชออนผสมมุก ทาโดยใช้ 2-3 นิ้ว แต้มเบาๆ เป็นวงกว้าง

4.สีลิปสติกกับบรัชออนควรกลมกลืนกัน

โดยทั่วไปแล้วหากเราเลือกสีลิปสติกและสีบรัชออนให้เหมือนกัน จะช่วยตัดปัญหาเรื่องการจับคู่สีได้ และทำให้สีริมฝีปากและสีแก้มไม่ขัดกันด้วย

6.2

เทคนิคการปัดบรัชออนตามโครงหน้า

1.ใบหน้าที่เห็นโหนกแก้มได้ชัด

สาวๆ ที่มีโหนกแก้มยื่นออกมานั้น ต้องทำบริเวณนี้ให้ดูกลมที่สุดจึงจะดูอ่อนโยน ปัดบรัชออนเป็นวงกลมบริเวณแก้มที่ยื่นออกมาเหมือนไข่ไก่เวลายิ้ม

2.ใบหน้ากลม

คนที่มีใบหน้ากลมมักจะดูเป็นคนสบายๆ ให้ปัดบรัชออนเป็นแนวทแยงขึ้นไป 45 องสา จากปลายจมูกไปจนถึงบริเวณกลางดวงตา

3.ใบหน้ายาว

ทาบรัขออนเป็นแนวเฉียงเล็กน้อยออกมาทางด้านนอกของแก้ม โดยทาเป็นแนวนอน เริ่มจากจุดที่ตรงกับหางตาและปลายจมูก บรัชออนที่เหลือให้ทาบางๆ ที่ปลายจมูก

หากไม่มีบรัชออนก็อาจจะลองใช้ทินต์สำหรับริมฝีปาก ลิปสติก หรืออายแชโดว์แทนบรัชออนดูนะคะ แต่ก็อย่าลืมว่าไม่ควรใช้อายแชโดว์ที่ผสมมุกมากเกินไป และถ้าหากเลือกทาทินต์ที่แก้ม ก็ต้องเกลี่ยเร็วๆ เพื่อป้องกันทินต์เป็นคราบนั่นเองค่ะ

 

Leave a Reply